รีวิว The Witcher เดอะวิทเชอร์ นักล่าจอมอสูร Season 2 (2021)
The Witcher นักล่าจอมอสูร Season 2 ซีรีย์แฟนตาซีเวทมนตร์จาก Netflix เป็นซีรีย์ที่ได้รับกระแสตอบรับดีมาก ปล่อยออกมาไม่กี่วันก็ทะยานขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ทสิบอันดับซีรีย์น่าดูใน Netflix มากกว่า 75 ประเทศ นอกจากนี้ก่อนฉายซีซั่น 2 Netflix ยังออกมายืนยันว่าจะสร้างซีซั่น 3 แล้วด้วย บอกเล่าเรื่องราวของวิทเชอร์ มนุษย์กลายพันธุ์นักล่าอสูรรับจ้าง กับองค์หญิงซิริ ผู้มีพลังวิเศษแห่งเมืองซินทรา ทั้งสองชีวิตผูกพันกันด้วยโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว เนื้อเรื่องก็ดูน่าสนใจอยู่นะ แต่จะสนุก น่าติดตาม
เรื่องราวหลังจากสงครามซอดเดน ฮิลล์ ที่เหล่าภราดร (กลุ่มผู้วิเศษที่มีเวทมนตร์) ชนะนิล์ฟการ์ดด้วยพลังไฟของเยนเนเฟอร์ (อันย่า ชาโลทรา) ที่ต่อมาเธอหายตัวไปจนเชื่อกันว่าเธอตายไปแล้ว ซีซั่นนี้เริ่มเรื่องจากการที่เจ้าหญิงซิริ แห่งซินทรา (เฟรย่า แอลลัน) ได้เจอกับเกรอลท์แห่งริเวีย (เฮนรี คาวิลล์) เดอะวิทเชอร์ที่มีโชคชะตาเชื่อมโยงกัน เกรอลท์ดูแลซิริเหมือนลูกสาวและอยากพาเธอไปในที่ปลอดภัยจึงตัดสินใจเดินทางไปยังเคียร์มอเรนห์ ที่หลบภัยของเหล่าวิทเชอร์ ที่มักมารวมตัวกันในฤดูหนาว เพื่อพักฟื้นร่างกายและเติมน้ำอมฤกต ที่นี่ซิริได้ฝึกฝนอย่างหนักเพื่อเตรียมตัวต่อสู้เมื่อมีภัย ถึงเคียร์มอเรนห์จะเป็นที่ปลอดภัยแต่อันตรายก็ยังเข้ามาถึงจนได้ เพราะพลังพิเศษของซิริทำให้เธอถูกตามล่าจากเหล่าผู้ร้าย
โดยรวมเนื้อเรื่องมีทั้งความแฟนตาซี เวทมนตร์ การเมือง สงคราม สัตว์ประหลาด ถูกสร้างมาเป็นซีรีส์ทาง Netflix ถึง 2 ภาค กำลังจะสร้างภาค 3 และที่เห็นตัวอย่างในตอนจบของภาคสองก็คือซีรีส์เรื่อง The Witcher : Blood Origin ภาคแยกที่เป็นภาคก่อนหน้าของเรื่องทั้งหมด ได้มิเชล โหย่วร่วมแสดงด้วย โดยรับบทเป็น ‘Scìan’ นักดาบเร่ร่อนเผ่าเอลฟ์คนสุดท้าย ซึ่งน่าจะได้รับชมกันในปีหน้า นอกจากนี้ยังถูกนำไปสร้างเป็นเกมส์หลายเวอร์ชั่น และยังมีอนิเมชั่น The Witcher : Nightmare of the Wolf เรียกได้ว่า The Witcher เป็นเรื่องราวโลกแฟนตาซีที่ได้รับความนิยมสูงมากทีเดียว
บทสรุป The Witcher ซีซั่น 2 ดำเนินเรื่องเข้าใจได้ง่าย ทุกเนื้อเรื่องที่ดำเนินคู่ขนานกัน จะอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้เข้าใจได้ต่อเนื่อง ไม่ค่อยงงเหมือนภาคแรก แต่ต้องบอกก่อนว่าจะดูเรื่องนี้ ต้องมีเวลาและไม่ง่วง เพราะเนื้อหาเยอะ ตัวละครเพียบ ถ้าไม่พร้อมหรือไม่ได้เป็นแฟนเดอะวิทเชอร์อาจจะมีช่วงง่วง ๆ อยู่นะ ในภาคสองมีหลายซีนที่ดูแล้วเหมือนได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่องอื่น ส่วนซีนแอ็คชั่น บู๊ ต่อสู้ ที่เน้นเป็นการต่อสู้ด้วยดาบ เตะต่อย สู้โดยใช้พลังเวทย์ ภาคนี้ดูกระชับ มันและสนุก ขึ้นกว่าภาคแรก
👉👉 นอกจากนี้ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับ รีวิวหนังแอคชั่นไซไฟ ได้ที่นี่
Comments
Post a Comment