รีวิว ภาพยนตร์ Kimi (คิมิ) Kimi (2022) หนังที่มีประเด็นเสียดสีสังคม
เรื่องราวของ แองเจล่า พนักงานสาวทำงานไอทีที่มีภาวะเป็นโรคกลัวที่ชุมชน ทำให้ในช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาดเธอเก็บตัวเองอยู่แต่ในอะพาร์ตเมนต์และยิ่งตอกย้ำความไม่สุงสิงกับสังคมของตัวเอง แน่นอนว่างานของเธอสามารถทำอยู่ที่บ้านได้ เธอเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลเสียงจากระบบสั่งการของ Kimi ลำโพงอัจฉริยะ ที่อยู่มาวันหนึ่งเธอได้ฟังเสียงที่คล้ายกับเกิดเหตุฆาตกรรมปริศนาขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัว
เธอพยายามติดตามให้กับบริษัทแม่ได้ทราบถึงข้อมูลนี้ และหวังว่าจะได้นำเอาข้อมูลเสียงที่เธอเก็บมาได้ไปดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อ แต่ปรากฏว่าสิ่งที่แจ้งไปนั้นกลับไร้การตอบสนองและไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เธอจึงที่ยิ่งหมกมุ่นและมั่นใจว่า สิ่งที่หูตัวเองได้ยินนั้นเป็นเหตุทารุณกรรมจริง ๆ ทำให้เธอต้องติดแหง็กอยู่กับการตัดสินใจที่ว่าจะนิ่งเฉย หรือเผชิญหน้ากับโรคความกลัว เพื่อไปผดุงความยุติธรรมที่ควรจะเป็น
Kimi มีประเด็นของหนังที่ค่อนข้างชัดเจนดี เพียงแต่วิธีการเล่าเรื่องยังค่อนข้างไม่ได้เป็นที่ดึงดูดความสนใจให้ได้มากพอ หนังวนลูปอยู่กับการปูเรื่องในช่วงครึ่งแรกที่ไม่ค่อยจะมีอะไร วนเวียนไปมาอยู่กับตัวละครหลักของเรื่อง แต่พอเมื่อหนังสตาร์ทเครื่องติดในช่วงครึ่งท้าย ก็ค่อย ๆ ยกระดับความน่าติดตามและความสนใจขึ้นมาได้อีกเป็นกอง และเริ่มเห็นลายเส้นกับสไตล์ความเป็นโซเดอเบิร์กออกมาทีละน้อย Kimi จัดได้ว่าเป็นหนังที่มีประเด็นเสียดสีสังคมเอาไว้ได้แสบสันต์พอประมาณอยู่นะ โดยเฉพาะการใช้ชีวิตควบคู่ไปกับเทคโลโนยี ที่บางครั้งเทคโนโลยีก็ยังไม่สามารถประมวลข้อมูลได้รู้ทันได้เท่ากับสมองของมนุษย์ แต่ความโลภและความทะเยอทะยานของมนุษย์นี่แหละ...ที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นเครื่องมือบ่อนทำลายความเป็นคนได้ดีในระดับสุดยอดเลย
👉👉 ติดตามสนับสนุนเพิ่มเติมที่นี่ รีวิวซีรี่ย์จีน ได้ที่นี่




Comments
Post a Comment